“สถานีความรู้ ข่าวสาร บริการสาธารณะ” คือ “คำขวัญ” (Slogan) สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ใช้เป็น “เข็มทิศ” เพื่อขับเคลื่อน “สื่อวิทยุสถาบัน” แห่งนี้ มุ่งมั่นเดินหน้าให้บริการชุมชน และสังคม ในฐานะบทบาทของการเป็น “สื่อวิทยุสาธารณะ” เคียงคู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มานานกว่า 52 ปี
ความเข้มแข็ง ที่เกิดจากการรวมพลังของ “เครือข่ายนักจัดรายการวิทยุทั้งภายในและภายนอก” คือจุดเด่น ที่ทำให้สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังคงยืนหยัดในสังคม กับ “บทบาทหน้าที่การถ่ายทอดองค์รู้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นสู่สังคม” ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยใหม่ ที่มีการแข่งขันสูง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นยุค ดิสรัปชัน “Disruption”ของสื่อสมัยนี้ก็ว่าได้
“เครือข่ายนักจัดรายการวิทยุมหาวิทยาลัยขอนแก่น” ที่มีความหลากหลาย เช่น อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ซึ่งถือเป็น “จุดแข็ง” ในการนำเสนอสาระที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อยกระดับมาตรฐานรายการวิทยุให้ได้รับความสนใจมากขึ้น หน่วยวิทยุ กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้จัดกิจกรรม “Upskill” และ “Reskill” เพื่อเติมเต็มทักษะให้กับเครือข่ายนักจัดรายวิทยุมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งด้านเทคนิคการใช้เสียง การเขียนบท และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
ล่าสุดจึงได้จัด “โครงการพัฒนาเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุของสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ให้แก่ นักจัดรายการ พัฒนาคุณภาพการจัดรายการให้มีมาตรฐาน “กิจกรรมที่ 1” ในวันที่ 22 มกราคม 2569 การศึกษาดูงาน การะบวนการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ ที่ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น สำนักงานประชาสัมพันธ์ ที่ 1 “กิจกรรมที่ 2” ในระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 2569 การอบรมสัมมนาเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุ หัวข้อ การผลิตรายการวิทยุให้น่าสนใจในยุคปัจจุบัน ณ บ้านผาสุข อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น โดยการบรรยาย “วิทยุยุคใหม่กับการเปลี่ยนแปลงของสื่อ” “Content Creation เนื้อหาที่ปังต้องมีอะไร?” และ “ทักษะการพูดและการดำเนินรายการ Engagement & Interaction ทำอย่างไรให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม” โดย คุณปภินพิทย์ พัวโสพิศ ผู้อำนวยการส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 1

นายชุมพร พารา ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร และ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กำหนด นโยบายการบริหารในช่วงปี พ.ศ. 2569 – 2572 โดยมุ่งเน้นการบูรณาการหลักการ ESG เข้ากับการพัฒนามหาวิทยาลัยอัจฉริยะ หรือ Smart Campus ESG Integration กองสื่อสารองค์กรในฐานะหน่วยงานหลักที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 ว่าด้วยการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีและการชี้นำสังคม หรือ Beyond Good Governance จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสื่อสารภาพลักษณ์ ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความเชื่อถือ ความโปร่งใส และการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
สถานีวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยขอนแก่น F.M. 103 MHz. เปรียบเสมือน “กระบอกเสียง” สำคัญที่ทำหน้าที่ส่งต่อองค์ความรู้ บริการวิชาการ และข้อมูลข่าวสารไปยังพี่น้องประชาชน ภายใต้คำขวัญ “สถานีความรู้ ข่าวสาร บริการสาธารณะ” ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับสื่ออย่างรวดเร็ว ”ความท้าทายของนักจัดรายการวิทยุ” จึงไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอข้อมูล แต่คือการปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยี การมีจริยธรรมในวิชาชีพ และการสร้างสรรค์เนื้อหาที่เข้าถึงใจผู้รับสารในวงกว้าง

นางสาวชุตินันท์ พันธ์จรุง หัวหน้าหน่วยวิทยุ กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียง ประเภทใบอนุญาตการบริการสาธารณะ ประเภทที่ 1 จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารกิจการกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียง มหาวิทยาลัยขอนแก่น คลื่นความถี่ F.M.103 MHz.
โครงการพัฒนาเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุ ของสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยการศึกษาดูงาน ณ ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น ภายใต้ “โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายนักจัดรายการวิทยุ” จากการได้เข้าชมกระบวนการผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในครั้งนี้ จะทำให้เครือข่ายนักจัดรายการทั้งภายในและภายนอก ได้รับความรู้และประสบการณ์ในเชิงปฏิบัติอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิคการออกอากาศ การบริหารจัดการเนื้อหา หรือการสร้างสรรค์รูปแบบรายการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งความรู้อันมีค่าเหล่านี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตรายการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มีความน่าสนใจ ทันสมัย และรับผิดชอบต่อสังคมได้ดียิ่งขึ้น

นายจิตติ กิจพงษ์ประพันธ์ นักจัดรายการ “พูดจาภาษาไทบ้าน” จากสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ KKU RSDI เล่าว่า รู้สึกประทับใจที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้ “เปิดพื้นที่” ให้กับ KKU RSDI นำผลงานของนักวิจัย ที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกับชุมชน มาสื่อสารประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผ่านช่องทางนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ว่าที่ร้อยตรีหญิง ชัญญา ศรปัญญา นักจัดรายการ “สมาธิเพื่อใจเป็นสุข” จาก สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 78 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล่าว่า ต้องขอบคุณสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่นแห่งนี้ เป็นอย่างมาก ที่ได้ให้โอกาส สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขาที่ 78 มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ามาใช้ช่องทางนี้เพื่อ “เผยแผธรรมะคำสั่งสอน” โดยสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) แก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ สร้างพลังจิต มีประโยชน์ และเสริมสร้าง กำลังใจ สร้างความมีเหตุผล ความรับผิดชอบ ความมีเมตตา ผู้ทำสมาธิจะได้ประโยชน์ ทั้งทางกายและใจ จึงทำให้ประชาชนที่ได้รับชมหรือรับฟังข่าวสารผ่านช่องทางนี้ จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ซึ่งนับว่าเป็น “สถานีวิทยุเพื่อบริการสาธารณะ” อย่างแท้จริง

คุณ ณัฐยา ศุภธีระ นักจัดรายการ “จิตอาสาชีวาศิลป์” จากเครือข่ายกลุ่มจิตอาสาบ้านชีวิศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล่าว่า การได้เข้ามาร่วมจัดรายการ จิตอาสาชีวาศิลป์ ผ่านคลื่นความถี่ fm 103 mhz.แห่งนี้ สามารถช่วยเป็น “กระบอกเสียง” เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้ปกครอง หรือ นักเรียน ที่ต้องการเป็น “จิตอาสา” ได้เข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม คือการให้กำลังใจเด็กๆหรือผู้ป่วยติดเตียงตามโรงพยาบาลต่าง ๆเพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านี้มี“พลังใจ”มากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆของเครือข่ายกลุ่มจิตอาสาบ้านชีวาศิลป์ ให้สังคมได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้น

ขณะที่ คุณปภินพิทย์ พัวโสพิศ ผู้อำนวยการส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 1 กล่าวว่า “สื่อวิทยุกระจายเสียง” ถือว่าเป็นสื่อที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน จากเดิมแรกเริ่มเป็นเพื่อสื่อสารช่องเทางเดียว จนเข้าสู่ “ยุคเฟื่องฟู” ที่สามารถสื่อสารได้สองช่องทาง คือผู้ฟังสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับทางการได้ เช่นการโทรศัพท์มาขอเพลง หรือร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านรายการในประเด็นต่างๆ เป็นต้น ถือว่ายุคนี้เป็น “ยุคทอง” ของนักจัดรายการ จนกระทั่งปัจจุบันท่ามกลาง “ยุคดิจิทัล” สื่อมีการพัฒนารูปแบบการออกอากาศให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยความหลากหลายในช่องทางการออกอากาศของสื่อ ในมุมกลับกันในยุคนี้ จึงมักจะได้ยินคำถามว่า “ทุกวันนี้ยังมีคนฟังวิทยุอยุ่หรือไม่? ” ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว “วิทยุไม่มีวันตายจากสังคมไทย” เพราะหลายคนยังติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อวิทยุ โดยเฉพาะช่วงอยู่บนรถ แต่วิทยุต้องก้าวตามให้ทันกับเทคโนโลยี เพื่อเรียนรู้และพัฒนารายการให้ประชาชนสนใจและได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้นักจัดรายการเอง ควรคำนึงถึง “จริยธรรม” และ “ข้อเท็จจริง” เป็นสิ่งที่ นักจัดรายการในยุคนี้ควรยึดมั่น มากกว่ายอดการติดตาม
ภาพ: กิตติภณฑ์ ทุริวงษ์/ปาเปเปอร์ พันตาเอก/สุริยาลีพรหมมา
รายงาน: บรรจงเศษวิสัย
ภาพ: กิตติภณฑ์ ทุริวงษ์/ปาพจน์ พันตาเอก/สุริยา ลีพรหมมา
รายงาน : บรรจง เศษวิสัย

























